ทิป และ เทคนิค Paper Model

posted on 29 Sep 2009 17:03 by yongyeejung  in TipPaperModel

การพิมพ์ PaperModel ขาวดำ หรือ ลายเส้น

  นักทำ PaperModel ฝั่งญี่ปุ่นจะมีการออกแบบโมเดลมาเป็นแบบลายเส้นที่ไม่มีสี
เพื่อเราจะไปพิมพ์บนกระดาษสีได้ นอกจากไม่เปลืองหมึกแล้วยังประยุกต์การใช้กระ
ดาษสีที่มีสีเรียบสม่ำเสมอมาใช้ได้อีก

  PaperModel อาจจะมีแบบมาให้ 2 แบบคู่กัน  เช่น gundum จะมีแบบเป็นสี
กับแบบเป็นลายเส้นเพื่อพิมพ์บนกระดาษสี เราสามารถเลือกใช้ที่เป็นแบบลายเส้นเพื่อพิมพ์
บนกระดาษนำมาพิมพ์บนกระดาษขาวธรรมดาครับ เพื่อเป็นการทดสอบพับและต่อดูก่อน
ที่จะต่องานตัวจริงที่เป็นสี


แบบเป็นลายเส้น


แบบเป็นสี


แบบเป็นลายเส้นที่พิมพ์บนกระดาษสี



   วิธีการทำให้แบบ PaperModel เมื่อ print ออกมาแล้วเป็นลายเส้น ต้องใช้
Program Graphic ทั้งหลาย  เช่น  Photoshop , illustrator ทำออกมาด้วย
มือนะครับ หรืออาจใช้ Plugins ช่วยได้



........................................................................................

 มึนไปหมดแย้ว กระดาษที่ไม่ใช่สีขาว  เช่น สีทอง สีเงิน

    กระดาษรุ่นใหม่ๆจะมีการทำออกมาเป็นแบบ metalic คือมีความคล้ายโลหะมาก
แต่จะแพงนิดๆคือแผ่น A4 ที่ 10 กว่าบาท มีให้เลือกหลากสีสวยงาม เราจะใช้
กระดาษแบบนี้มาทำตัวโมที่ต้องการความมันวาวสูงกว่าปกติ ตัวเช่นตัวอย่างด้านล่าง





การใช้งาน

เราต้องพิมพ์ที่ด้านหลังกระดาษ โดยการใช้โฟโต้ชอบกลับด้านงานของเราแบบกระจก
แล้วสั้งพิมพ์บนหลังหลังกระดาษครับ และใช้ที่ขูดร่องทำลวดลายของกระดาษด้านหน้า
หรือใครจะพิมพ์ด้านหน้าปกติก้อได้ถ้าพิมพ์ติดสีติดนะครับ

........................................................................................

 มึนไปหมดแย้ว การพ่น clear หรือ แลกเกอร์ใส

Clear กระป่อง คือ สีแบบใสหรือสีชักเงากระป๋องใช้พ่นบางๆกันสีที่พิมพ์บนกระดาษแห้งเป็นขุย หลังจากการพิมพ์ออกมาแล้วจากเครื่องพิมพ์โดยเฉพาะพวก inkjet ควรพ่นเป็นอย่างมากครับ
และ ใช้เครือบเงาชิ้นงานหลังจากทำเสร็จแล้ว ให้งานเงางามและไม่เปื้อนง่ายได้อีกด้วย



{...

  ผมว่าหลายๆท่านคงเจอปัญหาว่านานๆไปแล้ว สีซีด สีตก สีเลอะเวลาชื้น สีเลอะสีลอกติดมือติดนิ้วที่มีเหงื่อเวลาประกอบ ( ปริ้นด้วย inkjet )
ผมปริ้นบนกระดาษ 180 แกรม สีขาวด้านธรรมดา ด้วย Inkjet แล้วพ่นทับด้วย Clear กระป๋อง ทั่วๆไปเนี่ยแหละครับ ถ้าอยากให้เงามากก้อ
พ่นทับหลายๆครั้ง สำหรับผมพ่นหนเดียวก้อใช้ได้แล้วครับ ช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัก นานๆไปฝุ่นจับก้อเอาผ้าชุบน้ำพอชื้นๆมาเช็ดได้ด้วยครับ
ไม่ต้องกลัวสีหลุดสีลอก

เครดิต  yodasang

  ...}



........................................................................................

 มึนไปหมดแย้ว การทำให้ขอบสีขาวจากรอยตัดของกระดาษหายไป

1.ใช้สีไม้ทาแต่งขอบ ( ใช้ยาก และต้องการทักษะมากๆ การใช้ควรใช้สีเข้มๆทาบางก่อนทาด้วยสีใกล้เคียง )
2. ใช้สีเมจิกหรือ marker ทาแต่งขอบ   ( ใช้ทำงานได้เร็วมาก แต่ต้องระวังการซึมและการเลอะ)




 (  สีเมจิก เครดิตจาก  yuddamon  )

........................................................................................

 มึนไปหมดแย้ว  การย่อขนาด  รูป model

      ใช้เพื่อลดขนาด model จากปกติให้มีขนาดเล็กลง เช่นจากสูง 6 นิ้ว เหลือสูง 3 นิ้ว
ถ้าลดขนาดการพิมพ์ลงที่ 50 %  การที่เราจะต่อให้มีขนาดเล็กลงเพื่อลดการใช้กระดาษ
และลดการใช้หมึกให้น้อยลง
     แต่การต่อแบบนี้ต้องการความละเอียดมากขึ้นตามขนาดที่ลดลงของงานที่ต่อด้วย ( บางงานอาจต้องออกแบบใหม่เพราะจะไม่เหลือขอบสำหรับที่ติดกาว )




การย่อทำได้ 2 วิธีคือ

1. photoshop

2. การสั่งพิมพ์ี่โดยลดขนาด % ของภาพที่พิมพ์ลง เช่น 50%  โดย การปรับที่เครื่องพิมพ์เวลาเลือกพิมพ์งาน Print

........................................................................................


 มึนไปหมดแย้ว การใช้กาว UHU

สำหรับคนที่เลือกใช้กาวยี่ห้อนี้ ควรซื้อหลอดใหญ่ๆแล้วแบ่งใส่หลอดกาวอื่นๆที่มีฝาปิดเพื่อ
ไม่ให้กาวในหลอดแห้งเร็วเกินไปนะครับ

เครดิต   a-ing
........................................................................................


มึนไปหมดแย้ว card board

คือ กระดาษหนา 1 มม. ใช้เพื่อทำกระดูกงูของเรือหรือเครื่องบินขนาดใหญ่ ﹝●﹏●﹞
เราจะพบได้ใน model ที่มีรูปร่างแปลกดังรูป




........................................................................................


 มึนไปหมดแย้ว คำแนะนำสำหรับผู้ไม่้เคยต่อนะครับ

1. ควรเริ่มจากงานที่มี แผ่นงานน้อยๆชิ้น เช่น 1 แผ่น

2. ควรเริ่มจากงานที่มี ชิ้นงานที่ตัดออกมาแล้วน้อยๆชิ้น/แผ่น

3. การต่องานยากๆควรพิมพ์เป็น ขาวดำก่อน แล้วลองต่อเล่นก่อนการต่อแบบที่พิมพ์สี จะได้รู้การพับและมุมการต่อต่างๆ

4. การต่องานที่มีชิ้นแยะๆหลายแผ่น ควรเริ่มพิมพ์เฉพาะแผ่นแรกที่ต้องการต่อก่อน และลงมือต่อก่อนพิมพ์แผ่นอื่นๆตามมา ไม่งั้นอาจมีงานค้างเต้มห้องไปหมด

5. มือใหม่ควรเริ่มจากงานที่ง่ายๆและมีคู่มือเช่นของ canon ที่จะมีคู่มือการต่อให้ เพื่อจะได้ทำความเข้าใจในการต่อ PaperModel ก่อน

6. ควรใช้กาวน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ และ อาจใช้ไม้จิ้มฟันช่วยในการทากาว 

7. การตัดต้องตัดให้ เส้นดำหายไป คือ ตัดด้านในของเส้นตัดแบบพอดีไม่งั้นจะมีปัญหาเวลาเชื่อมชิ้นส่วน ( อย่าตัดกลางเส้นดำ อย่าตัดเผื่อ และห้ามตัดเิกิน ) 

6. สุดท้าย .. ต้องใจเย็นๆครับ ต้องใจเย็นมากๆ และ ต้องมีเวลามากๆด้วย  ยิ้ม

 

ที่มาข้อมูล Playfc.com

กระดาษสำหรับ Paper model

posted on 29 Sep 2009 16:58 by yongyeejung  in TipPaperModel

กระดาษสำหรับใช้ในสำนักงานทั่วไปจะใช้กระดาษขนาด 80 แกรม ( g ) ที่มีความ
บางมากๆ ( ใครจะเชื่อไหมว่าผมเคยโดยกระดาษแบบเนี้ยบาดนิ้วมือตอนถ่ายเอกสารอยู่
หลายครั้ง ) ถามว่า 80 g สามารถทำ PaperModel ได้ไหมตอบว่าได้ครับ แต่ความอ่อน
ตัวของกระดาษจะทำให้ PaperModel ต่อลำบากและไม่คงรูป มีคนที่ผมรู้จักบอกว่าใช้กระ
ดาษ 80 g ต่อ sd gundum มาแล้ว  Shocked )

    กระดาษทั่วไปที่เหมาะกับ PaperModel ขนาดเล็ก ผมคิดว่าขนาด 130-160 g จะมี
ีขนาดความหนาที่เหมาะสมมากที่สุด ( สำหรับผมแต่บางคนอาจชอบไม่เหมือนกัน ) และ
อาจเพิ่มหรือลดความหนาของกระดาษลงตามชิ้นส่วนที่เหมาะสมของโมที่ต่อด้วย

    ชนิดของกระดาษ
 
     นอกจากความหนาของกระดาษแล้วยังมีชนิดของกระดาษที่เราต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานดังนี้

     ยิ้ม 1. กระดาษ multi function



      คือกระดาษที่พัฒนามาจากกระดาษ a4 ทั่วๆไปให้สามารถใช้งานกับอุปกรณ์การพิมพ์รุ่นใหม่ได้
้เช่น inkjet  ,laserjet ,fax , copyier etc. กระดาษแบบนี้จะถูกกว่ากระดาษที่สำหรับ ink jet
แต่แพงกว่ากระดาษธรรมดา เหมาะกับเครื่องพิมพ์ laser แต่สามารถใช้กับ ink jet ได้แต่จะไม่อิ่มสี
เท่ากระดาษ inkjet

       กระดาษแบบนี้เหมาะกับเครื่อง laser และ inkjet ที่พิมพ์แต่ลายเส้นสีดำ  ผมขอแนะนำว่า
สำหรับคนที่เริ่มต่อใหม่ๆควรใช้กระดาษแบบนี้ก่อน ก่อนที่จะไปเลือกใช้กระดาษชนิดอื่นๆที่มีราคาสูงขึ้น


      ยิ้ม 2. กระดาษ inkjet

       กระดาษแบบนี้จะมีราคาแพงที่สุดในกลุ่มกระดาษพิมพ์เนื่องจากการทำกระดาษที่ต้องเครือบสาร
ต่างๆบนผิวกระดาษเพื่อให้เกิด effect ต่างกับการพิมพ์คู่กับการไม่ดูดสีของหมึก inkjet ที่จะทำให้
สีไม่สวยสดด้วย ตัวอย่างกระดาษแบบนี้เช่น
         
      2.1 กระดาษด้าน Matt
      คือ กระดาษที่ผิวไม่สะท้อนแสง  ผิวด้าน
   
      2.2 กระดาษมัน  Glossy
      คือ กระดาษที่ผิวสะท้อนแสง  ผิวมัน

      2.1 กระดาษด้าน โฟโต้   Photo
      คือ กระดาษที่เครือบผิวเพื่อความอิ่มตัวของสีสูงสุด และอาจมีผิวแบบไม่เรียบได้

      2.3 กระดาษมัน โฟโต้   Glossy Photo
      คือ กระดาษที่เครือบผิวเพื่อความอิ่มตัวของสีสูงสุด และอาจมีผิวมันวาว ปัจจุบันพบ
ว่ามีกระดาษที่คล้ายกระดาษอัดรูปให้ใช้ด้วย     


     การใช้กระดาษแบบนี้อยู่ที่ชอบของผู้ใช้เองสามารถเลือกได้ตามต้องการเพียงแค่เลือกความ
หนาให้เหมาะสมก้อพอ ( ส่วนตัวผมชอบ แบบข้อ 2.1 Matt เพราะถูกดีและประยุกต์ใช้ง่าย )
       
...



เครื่องพิมพ์

เครื่องพิมพ์สีสำหรับ computer  ทั่วไปแบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ คือ

1. ink jet printer



    เครื่องพิมพ์ราคาถูก ราคา ประมาณ 1500 บาท ขึ้นไป  และต้องใช้กระดาษ inkjet paper เพื่อให้สีที่สวยงาม หรือ กระดาษ inkjet โฟโต้ จะดีกว่า แต่กระดาษราคาจะแพงกว่ากราะดาษ A4 ทั่วไป    กระดาษโฟโต้ 140 g แผ่นละ 3-6 บาท

     ความละเอียดของการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์แบบนี้จะสูงมาก แต่สิ่งนั้นมีไว้ใช้เพื่อการพิมพ์รูปถ่าย ความละเอียดที่ผมคิดว่าใช้กับงาน Paper Model ทั่วไป คือ 600x600 ก้อเพียงพอ
ซึ่ง Printer รุ่นใหม่ๆสามารถทำได้สบายอยู่แล้ว ความละเอียดที่สูงกว่านี้ทำให้ได้งานที่ขอบสีคมกว่า แต่จะเปลืองหมึกกว่า

 
     การเลือกใช้  หมึกแท้ หมึกปลอม
 
     หมึกพิมพ์ใช้ของแท้สีจะสวย เครื่องไม่พังง่ายเพราหัวพิมพ์เสีย แต่ราคาหมึกจะแพงมากๆ บางที่ราคาเกือบเท่าเครื่องใหม่ๆ 1 เครื่อง

     หมึกปลอมต้องเสี่ยงกับยี่ห้อที่ใช้ว่าดีไหม แต่ถูกกว่ามาก ราคาหมึกเหลือประมาณ 25 % และต้องซื้ออุปกรณ์การใช้หมึกปลอมด้วย  ซึ่งมีหลายแบบ หลายราคา  เช่น ชุดหลอดทดลอง
ราคาประมาณ 800 บาท หรือ ชุด tank ที่เป็นการประกอบชุดถังหมึกเข้าไปที่เครื่องราคา
ประมาณ 1500 บาทขึ้นไปและการโมเครื่องแบบนี้ต้องสอบถามว่าเครื่องพิมพ์รุ่นที่จะใช้ด้วย
ว่าเป็นรุ่นใด  ยี่ห้อใด ถึงทำได้ แต่จะมีชุดเครื่องพิมพ์ที่โมใส่ Tank แล้วขายอยู่ ราคาที่ถูก
สุดราคาประมาณ 3500 บาท

   การเลือกซื้อหมึก
   ปกติเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่จะมีการแถมหมึกมาให้ใช้ด้วย ซึ่งหมึกเหล่านี้จะไม่เต็ม 100 % ของ
หลอดหมึก คือมีประมาณ 40-60%  และขนาดนี้จะมีการนำหมึกแบบนี้มาขายอย่างแพร่หลาย
ขอให้ผู้ใช้หมึกแท้ระวังการซื้อหมึกที่ไม่เต็มแบบนี้ด้วย

   
    ข้อเสียของเครื่องพิมพ์ inkjet

    งานจะไม่เหมือนงานโรงพิมพ์  ใช้กระดาษไม่ดีจะมีปัญหาเวลาทากาว  และ กระดาษเป็นขุย
ถ้าใช้ PhotoPaper จะพับ Model ยากต้องขูดร่อง เหมาะกับการต่อแบบสนุก ไม่ซีเรียสมาก


 
2. Laser jet printer




    เครื่องพิมพ์ราคาแพง ราคาเครื่องพิมพ์สี  ประมาณ 10,000 บาท ขึ้นไป  ให้สีที่สวยงาม
มันเงาเป็นกระดาษธรรมดาหรือใช้ inkjet  paper จะยิ่งดีกว่า กระดาษจะแพงกว่ากระดาษ
A4 ทั่วไปเล็กน้อย

    หมึกพิมพ์จะมีราคาแพงมาก ใช้หมึก 4 ตลับ ต่อ 1 เครื่อง /  หมึก 1 ตลับสีประมาณ
2,500-3,000 บาท  หมึก 1 ตลับขาวดำประมาณ 2,000-3,000 บาท  และต้องมี
ค่า plate ราคาปรมาณ  5500-8000 บาท ต่อ 1 ชิ้นที่ทำงานได้ประมาณการพิมพ์
ต่อ 20,000 แผ่น

ข้อดี
 
   พิมพ์สวยกว่าโรงพิมพ์ งานพิมพ์โปรมาก  กระดาษที่ใช้ถูกหาง่าย

ข้อเสีย

    เครื่องราคาแพง หมึกราคาแพง  อุปกรณ์ราคาแพง 




นอกจากนี้เครื่องพิมพ์อื่นๆอีกหลายชนิดที่ขอไม่กล่าวถึงนะครับ เพราะเป็นของกลุ่มการทำงานเฉพาะด้าน

 

ที่มาข้อมูล Playfc.com






1. cutter แบบใบปลายแหลม 

 

   cutter แบบใบปลายแหลม (ใบ 30 องศา) ใช้ตัดกระดาษ Model แบบเส้นโค้งจะดีมาก
รอยตัดที่กระดาษจะเนียน ( ใช้ cutter ธรรมดา แล้วซื้อใบปลายแหลม ) ใบ 30 องศา
จะแพงกว่าใบ 45 องศานิดหน่อย  แต่จะดีกว่าที่ควบคุมการตัดได้ง่ายกรณีใช้การตัดแบบ
freehand


2. ยางลบ

    ใช้ลบคราบดำจาก กาว ลอยนิ้วมือ สี หรืออื่นๆ

3. art cutter 

       Art Cutter ( แบบ 1 ด้าม พลาสติก ) ราคาประมาณ 100 กว่า บาท มีหลายแบบ การจับคล้ายดินสอ ใช้ตัดงานที่ปราณีตมากๆ
แต่ลองใช้แล้วคิดว่าความต่างจาก ใบ 30 องศาคือความเที่ยงตรงที่มีมากกว่า ใบมีดนิ่งมากเวลาตัด อาจดีกว่า
เวลาตัดกระดาษบางๆ แต่สำหรับกระดาษหนาไม่ต่างกันเท่าไรเลย

4. กรรไกร     

   ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ติดไว้ก้อดี

5. เหล็กปลายแหลม

 

     ผมใช้สำหรับขูดรอยพับเพื่อให้เวลาพับทำได้สวยมากและทำงานได้ไวขึ้นแต่เสียเวลาขูด 555

      5.1  อันบน ที่เป็น ด้ามสีดำ modify  จากที่ตะไบเล็บ ใช้ขีดเส้นตรงดีมาก แต่มีปัญหาเวลาขีดเส้นโค้ง
      5.2  อันนี้ไปซื้อเอา เป็้นไขควงชุดราคา 25 บาท แต่ซื้อมาไม่ค่อยได้ใช้ ( ใช้ขูดเส้นใหญ่ๆ ทำ "ลายเส้น"
บนผิว model  )


6. กาว 

   

    6.1  แบบแท่ง      :: ราคาแพง แห้งช้า ใช้ยาก แต่งานสะอาด ทำงานเสร็จช้าใช้เวลาอีกอีกเท่าตัว
    6.2  แบบ  Latex  :: กาวน้ำ แบบใสหรือขุ่น ราคาถูก เปื้อนง่าย  ทำตัวงาน model สกปรกไปหมด แห้งไวกว่าแบบแท่งเท่าตัว   
    6.3   UHU แบบหลอดเหลือง :: ผมไม่เคยใช้แต่ Neodrago แนะนำว่าใช้ดีมาก แห้งเร็ว ก้อลองกันดูนะครับ ไว้วันหลังจะลองบ้าง ( แต่ผมคิดว่าราคามันแพงและกาวในหลอดจะแห้งจนใช้ไม่ได้ไวไปนิดนะ )   


7. ไม้หนีบ


   

    ใช้หนีบงานที่ตัดออกมา ไม่ให้ปลิวหายไป  หรือใช้ร่วมกับที่คีบ


8. ที่ครีบ
   


    ผมใช้บ่อยมากที่สุดในตอนติดกาว จะใช้ที่คีบหนีบงานไว้และทำดังภาพ ก่อนวางไว้และไปทำอย่างอื่น 
ควรมีติดไว้ใช้ซัก  3-4 อัน ครับ    ( ราคาของที่ขายในไทยอันละประมาณ 35 บาท )





9.  ดินสอสี

   

   ผมจะใช้สีทาตามขอบกระดาษที่ถูกตัดเพื่อให้สีขาวของกระดาษหายไป ( ดูรูป -โดยสังเกตุหูอีกข้างที่ไม่ได้ทาสีว่าจะขาวๆอยู่ ) 
 อันนี้อาจไม่จำเป็นสำหรับบางคนนะครับอาจไม่ใช้ก็ได้

    Tips

  เราอาจ Print งานเป็นสายเส้นและใช้สีทาเวลาต่อเสร้จแล้วก้อได้เพื่อความแนวของเรา 555




..............................

อื่นๆ


a.1 Clear spray




คือ สีแบบใสหรือสีชักเงา ผมใช้เครือบงานหลังจากทำเสร็จแล้ว ให้งานเงางามและไม่เปื้อนง่าย




แต่ที่ต่างประเทศจะใช้ พ่นตอนเป็น กระดาษที่ยังไม่ได้ตัด เลย ไว้วันหลังจะลองดูแล้วมาเล่าให้ฟังนะ


a.2 กระดาษ ขาว  A4

ความหนาที่ผมชอบคือ 160 G   ครับ  ต่ำกว่านี้ก้อใช้ได้นะครับ แล้วแต่คนชอบ แต่ผมว่ามันต่อยากอะ

a.3 ไม้บรรทัดเหล็กหรืออลูมิเนียมขนาดเล็ก 6 นี้ว

 ใช้ตัดเส้นตรงงานจะสวยมากๆ
                     
a.4 แผ่นรองตัดกระดาษ

  สีเขียวๆอะครับ ใช้บ่อยมากๆ


 หมายเหต

อุปกรณ์ และ รูปทั้งหมด เป็นของผมเอง และ อาจะไม่เหมือนกับคนอื่นได้  สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมครับ





การทำ

1. Print งาน บนกระดาษ A4 ด้วยเครื่องพิมพ์ Laserjet หรือ inkjet ที่มี 

2. ตัดกระดาษ ตามเส้นตัด ควรดูคู่มือประกอบ การตัด และควรตัดเฉพาะชิ้นที่ต่อก่อน หรือจะตัดหมดก้อได้ครับแต่ต้องจำให้ได้ว่าเป็นส่วนของชิ้นไหน

3. ต่อกระดาษ ติดกาว ตามคู่มือ





  คำแนะนำสำหรับผู้ไม่้เคยต่อนะครับ

1. ควรเริ่มจากงานที่มี แผ่นงานน้อยๆชิ้น เช่น 1 แผ่น

2. ควรเริ่มจากงานที่มี ชิ้นงานที่ตัดออกมาแล้วน้อยๆชิ้น

3. การต่องานยากๆควรพิมพ์เป็น ขาวดำก่อน แล้วลองต่อเล่นก่อนการต่อแบบที่พิมพ์สี จะได้รู้การพับและมุมการต่อต่างๆ

4. ควรใช้กาวน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้

5. การตัดต้องตัดให้ เส้นดำหายไป คือ ตัดด้านในของเส้นตัดแบบพอดีไม่งั้นจะมีปัญหาเวลาเชื่อมชิ้นส่วน ( อย่าตัดเผื่อ และห้ามตัดเิกิน )

6. สุดท้าย .. ต้องใจเย็นๆครับ ต้องใจเย็นมากๆ และ ต้องมีเวลามากๆด้วย  



ที่มาข้อมูล Playfc.com